3.6 หน่วยส่งออก

3.6 หน่วยส่งออก

ข้อมูลส่งออกคือ ผลลัพธ์ได้จากการประมวลผลของคอมพิวเตอร์ ซึ่งอาจอยู่ในรูปของอักขระ ข้อความ รูปภาพ เสียง หรือภาพเคลื่อนไหว ซึ่งคอมพิวเตอร์จะแสดงผลลัพธ์ผ่านอุปกรณ์ของหน่วยส่งออก (output unit) เช่น จอภาพ เครื่องพิมพ์ และลำโพง

3.6.1 จอภาพ

จอภาพ (monitor) เป็นอุปกรณ์ของหน่วยส่งออกซึ่งใช้แสดงข้อมูลต่างๆไม่ว่าจะเป็นตัวอักขระ และภาพเคลื่อนไหว จอภาพในปัจจุบันแสดงภาพด้วยจำนวนสีที่สูงมาก ทำให้ได้ภาพที่สวยงามใกล้เคียงกับสีของภาพจริง ในอุปกรณ์ขนาดเล็กบางชนิด เช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นพื้นฐาน อาจใช้จอภาพขนาดเล็กที่เป็นจอขาว-ดำ เนื่องจากราคาถูกกว่าและประหยัดพลังงานมากกว่าจอสี

จอภาพสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์มีสองประเภท คือ ซีอาร์ทีและแอลซีดี

จอภาพแบบซีอาร์ที

จอภาพแบบซีอาร์ที (cathode Ray Tube:CRT) ใช้เทคโนโลยีของหลอดรังสีอิเล็กตรอน เช่นเดียวกับจอโทรทัศน์ในการทำให้เกิดภาพ ซึ่งปัจจุบันเริ่มลดความนิยมลงไปแล้ว ฟอสฟอรัส ทำให้ตำแหน่งที่อิเล็กตรอนวิ่งมาชนเกิดแสงสว่างขึ้นและเห็นเป็นภาพ จุดภาพแต่ละจุดจะประกอบด้วยสี 3 สี คือแดง เขียว และน้ำเงิน จอภาพแบบนี้มีขนาดตั้งแต่ 14,15,17,19 และ 20 โดยขนาดของจอจะวัดในแนวเส้นทแยงมุมจอภาพ


 จอภาพแบบซีอาร์ที

จอภาพแบบแอลซีดี

จอภาพแบบแอลซีดี (Liquid Crystal Display:LCD) เป็นจอภาพที่มีแนวโน้มการใช้งานมากขึ้น เนื่องจากมีขนาดที่เล็กและบาง น้ำหนักเบาและกินไฟน้อยกว่าจอภาพแบบซีอาร์ที เป็นเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนามาเพื่อใช้กับนาฬิกาและเครื่องคิดเลข ใช้หลักการปรับเปลี่ยนโมเลกุลของผลึกเหลวเพื่อปิดกั้นแสงเมื่อมีสนามไฟฟ้าเหนี่ยวนำ ใช้กำลังไฟฟ้าต่ำเหมาะกับอุปกรณ์แสดงผลที่ใช้กับแบตเตอรี่ขนาดเล็ก ปัจจุบันจอภาพแบบนี้มีใช้กันแพร่หลายในพีซี เนื่องจากราคาถูกลง มีหลายขนาดเช่นเดียวกับจอแบบซีอาร์ที ขนาดของจอภาพแบบแอลซีดีจะมีพื้นที่การมองเห็น (viewable area) ที่ใหญ่กว่าจอแบบซีอาร์ทีที่ขนาดเท่ากัน


 จอภาพแบบแอลซีดี

ความคมชัดของจอภาพขึ้นกับระยะห่างจากจุดภาพ (dot pitch) สำหรับคุณภาพของจอภาพถ้าบนจุดจอภาพอยู่ชิดกันมาก ภาพที่ได้จะยิ่งคมชัด และแสดงรายละเอียดขนาดเล็กได้ดีขึ้น ค่าระยะห่างของจุดบนจอภาพควรที่จะน้อยกว่า 0.30 มิลลิเมตร คุณสมบัติของจอภาพที่สำคัญอันหนึ่งคือความละเอียดของการแสดงผล(resolution) หมายถึงจำนวนจุดภาพทั้งหมดที่แสดงบนจอภาพในแนวตั้งและแนวนอน

มาตรฐาน
ความละเอียด
จำนวนจุด
ที่แสดงในแนวนอน
จำนวนจุด
ที่แสดงในแนวตั้ง
ความละเอียด
ของการแสดงผล
จำนวนจุด
VGA 640 480 640×480 307,200
SVGA 800 600 800×600 480,000
XGA 1,024 768 1,024×768 786,432
SXGA 1,280 1,024 1,280×1,024 1,310,720

ตัวอย่างมาตรฐานความละเอียดของจอภาพแบบซีอาร์ที
 

ขนาดจอภาพ
(นิ้ว)
จำนวนจุด
ที่แสดงในแนวนอน
จำนวนจุด
ที่แสดงในแนวตั้ง
ความละเอียด
ของการแสดงผล
จำนวนจุด
19 1,440 900 1,440×900 1,296,000
22 1,680 1,050 1,680×1,050 1,764,000

ตัวอย่างมาตรฐานความละเอียดของจอภาพแอลซีดี
 

จอภาพแสดงผลแบบบิดโค้งได้

อีกไม่นานเราคงจะได้เห็นหน้าปกนิตยสารที่มีภาพเคลื่อนไหวได้เหมือนที่เคยเห็นในภาพยนตร์แนววิทยาศาสตร์ ขณะนี้หลายบริษัทกำลังพัฒนาอุปกรณ์แสดงผลแบบใหม่ที่เรียกว่า โอแอลอีดี(Organic Lignt-Emitting Diode:OLED) ซึ่งใช้โมเลกุลของสารอินทรีย์เป็นแหล่งกำเนิดของแสงสีต่างๆทำให้ได้จอภาพที่บางมากเพียง 0.01 นิ้ว ที่สำคัญคือสามารถบิดโค้งงอได้

3.6.2 เครื่องพิมพ์

เครื่องพิมพ์ (printer) เป็นอุปกรณ์ของหน่วยส่งออกที่ใช้ในการแสดงผลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ลงบนกระดาษหรือสื่อสิ่งพิมพ์ที่ผู้ใช้สามารถนำไปใช้งานต่อไปได้ ซึ่งโดยทั่วไปจะพิมพ์ลงบนกระดาษ

1. เครื่องพิมพ์แบบจุด

เครื่องพิมพ์แบบจุด (dot matrix printer) มีหัวพิมพ์เป็นเข็มขนาดเล็กหลายเข็มเมื่อต้องการพิมพ์ตัวอักษรใด เครื่องพิมพ์จะสั่งให้หัวเข็มบางหัวทำการกระแทกลงบนผ้าหมึกเพื่อให้ปรากฏเป็นรูปของตัวอักษรที่เกิดจากจุดเรียงต่อกัน หัวเข็มอาจจะมี 9 หรือ 24 หัว การพิมพ์จะพิมพ์ทีละหนึ่งตัวอักษร ทีละบรรทัดจากด้านซ้ายไปยังด้านขวาของกระดาษ

แม้ว่าเครื่องพิมพ์แบบจุดจะมีข้อจำกัดในด้านการพิมพ์ภาพกราฟิก และเสียงดังจากการทำงาน แต่ปัจจุบันเครื่องพิมพ์แบบนี้ก็ยังเป็นที่นิยมใช้กันในงานเฉพาะ เช่น งานพิมพ์เอกสารทางการเงินที่ต้องการสำเนาหลายชุด เป็นต้น


 เครื่องพิมพ์แบบจุด

2.เครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์

เครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ (laser printer) เป็นเครื่องพิมพ์ที่ใช้วิธีการทางแสงทำให้ผงหมึกไปติดกระดาษที่ต้องการพิมพ์ มีความเร็วในการพิมพ์สูง สามารถพิมพ์ได้เร็วกว่า 10 แผ่นต่อนาที(page per minute:ppm) สามารถพิมพ์ตัวอักษร และภาพกราฟิกที่มีความคมชัดสูง โดยมีความละเอียดในการพิมพ์สูงกว่า 600 จุดต่อนิ้ว (dot per inch:dpi) มีทั้งแบบที่พิมพ์เอกสารขาวดำ และแบบสี เครื่องพิมพ์ชนิดนี้ไม่สามารถพิมพ์สำเนาได้เหมือนเครื่องพิมพ์แบบจุด เครื่องพิมพ์เลเซอร์นิยมใช้ในงานพิมพ์ที่ต้องการคุณภาพสูง

เครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ทำให้ผงหมึกติดกระดาษได้อย่างไร

เครื่องพิมพ์เลเซอร์ใช้วิธีฉายภาพของเอกสารด้วยแสงเลเซอร์ไปบนอุปกรณ์ที่เรียกว่าดรัม (drum) ทำให้พื้นที่ที่จะพิมพ์มีประจุไฟฟ้าเปลี่ยนไปแล้วดรัมจะหมุนไปดูดซับผงหมึกเข้ามาติดในบริเวณที่มีประจุจากนั้นจะอัดผงหมึกเข้ากับกระดาษโดยใช้ความร้อนทำให้ผงหมึกติดที่กระดาษ

อันตรายจากเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์

เนื่องจากเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ใช้ผงหมึกในการพิมพ์เอกสาร จึงได้มีผู้ศึกษาถึงปริมาณและอันตรายของฝุ่นผงหมึกที่หลุดออกมาขณะที่เครื่องพิมพ์ทำงานโดยเกรงกันว่าฝุ่นผงหมึกเหล่านี้อาจมีผลเสียต่อการทำงานของอวัยวะในระบบทางเดินหายใจ เช่น ปอด และอาจเป็นสารก่อมะเร็ง แม้ว่าผลเสียเหล่านี้จะยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างแน่นอน ผู้ใช้เครื่องพิมพ์เลเซอร์ก็สามารถป้องกันผลเสียที่อาจจะมีได้โดยการติดตั้งเครื่องพิมพ์ไว้ในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก

เกร็ดน่ารู้ การนำกล่องผงหมึกกลับมาใช้ใหม่

กล่องผงหมึกทำจากวัสดุโลหะและพลาสติกที่ย่อยสลายไม่ได้ตามธรรมชาติ รวมทั้งผงหมึกเป็นสารเคมีที่ก่อมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อมถ้าหากมีการทิ้งขยะตามกระบวนการปกติ ดังนั้นเราจึงควรนำกล่องผงหมึกกลับมาใช้ใหม่ (recycle) โดยบริษัทผู้ผลิตกล่องผงหมึกทุกบริษัทจะรับกล่องผงหมึกเก่าเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่อยู่แล้ว เมื่อต้องการเปลี่ยนกล่องผงหมึกจึงควรติดต่อบริษัทผู้ผลิตเพื่อขอคืนกล่องผงหมึก เป็นการร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อมที่ดีทางหนึ่ง

3. เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก

เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก (inkjet printer) ใช้การพ่นน้ำหมึกหยดเล็กๆลงไปบนพื้นผิวที่ต้องการพิมพ์ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นกระดาษอาจจะเป็นพื้นผิวพลาสติกบนแผ่นซีดี หรือแม้กระทั่งเสื้อยืดและสามารถพิมพ์ได้ทั้งสีและขาวดำ เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึกมีราคาไม่สูงนัก เมื่อเทียบกับเครื่องพิมพ์แบบอื่น จึงนิยมใช้กันทั่วไปตามบ้านเรือนหรือสำนักงานขนาดเล็ก

เทคโนโลยีที่ดีขึ้นมากในปัจจุบันสามารถทำให้หยดหมึกมีขนาดเล็กลงจึงทำให้เครื่องพิมพ์ชนิดนี้มีความละเอียดในการพิมพ์สูงมากจนเทียบเท่า หรืออาจจะดีกว่าเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์บางรุ่น ข้อเสียของเครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึกคือกล่องน้ำหมึก (ink catridge) มีขนาดเล็กและรองรับการพิมพ์ได้ไม่มาก กล่องน้ำหมึกโดยทั่วไปจะรองรับงานพิมพ์เอกสารได้ประมาณ 500 แผ่น ทำให้ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ


 เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก

เครื่องพิมพ์ความร้อน

เครื่องพิมพ์ที่พบเห็นในการพิมพ์สลิปจากเครื่องเอทีเอ็มหรือบัตรเครดิต คือเครื่องพิมพ์ความร้อน (thermal printer) ใช้เข็มความร้อน (heated pin) เล็กๆกดลงไปบนกระดาษที่ไวต่อความร้อนเพื่อทำให้กระดาษเปลี่ยนเป็นสีดำ เครื่องพิมพ์ความร้อนประเภทนี้มีราคาถูกแต่คุณภาพต่ำ และพิมพ์ได้แต่ขาวดำ จึงนิยมใช้กันในเครื่องพิมพ์สลิปบัตรเครดิตหรือเครื่องพิมพ์ใบเสร็จขนาดเล็กๆ
เครื่องพิมพ์ความร้อนที่มีคุณภาพสูงขึ้นมาอาจใช้เทคนิคที่เรียกว่า การถ่ายเทขี้ผึ้งความร้อน (thermal wax-transfer) เป็นการทำให้ขี้ผึ้งสีที่ร้อนไปย้อมติดอยู่บนกระดาษแต่ก็ให้คุณภาพของงานพิมพ์สีที่ไม่ดีนัก เครื่องพิมพ์ความร้อนที่ให้คุณภาพงานพิมพ์สีดีที่สุดคือเครื่องที่ใช้เทคนิคการระเหิดสีย้อม (dye-sublimation) โดยการทำให้สีระเหิดกลายเป็นไอไปติดอยู่บนพื้นผิวของกระดาษที่เคลือบสารพิเศษไว้ ทำให้ได้คุณภาพสีที่ดีระดับมืออาชีพแต่มีราคาสูงมาก

Facebook Comments

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*