3.7 หน่วยเก็บข้อมูล

3.7 หน่วยเก็บข้อมูล

หน่วยเก็บข้อมูล (storage unit) ทำหน้าที่เก็บข้อมูลหรือโปรแกรมไว้เพื่อใช้งานในอนาคตเนื่องจากข้อมูลที่คอมพิวเตอร์ทำงานจะอยู่ในแรม หรือหน่วยความจำที่ลบเลือนได้ ซึ่งเมื่อปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ข้อมูลจะสูญหาไปหมด เมื่อต้องการใช้ข้อมูลหรือโปรแกรมเดิมอีกครั้ง ซีพียูก็จะอ่านข้อมูลจากหน่วยเก็บข้อมูลเข้าสู่หน่วยความจำที่สามารถลบเลือนได้เพื่อประมวลผลได้อีก หน่วยเก็บข้อมูลมีหลายประเภท เช่น แผ่นบันทึก ฮาร์ดดิสก์ แผ่นซีดี แผ่นดีวีดี และหน่วยความจำแฟลช

3.7.1 แผ่นบันทึก

แผ่นบันทึก (diskette) หรือฟลอปปี้ดิสก์ (Floppy disk) ที่อาจมีใช้กันในปัจจุบันมีขนาด 3.5 นิ้ว มีความจุ 1.44 เมกะไบต์ โดยตัวแผ่นบันทึกทำจากแผ่นพลาสติกบางฉาบผิวทั้งสองด้านด้วยสารแม่เหล็ก และแผ่นนี้ถูกปกป้องโดยบรรจุอยู่ในซองพลาสติกแข็ง มีช่องเปิดให้หัวอ่านเข้าไปอ่านข้อมูลบนแผ่นได้ ซึ่งปกติจะถูกปิดอยู่ แต่เมื่อสอดแผ่นบันทึกเข้าไปในเครื่องอ่าน ช่องนี้จะถูกเปิดออกและแผ่นจะถูกหมุนด้วยความเร็วคงที่ค่าหนึ่ง หัวอ่านจะสามารถเลื่อนไปมาในช่องเปิดเพื่อนอ่านหรือเขียนข้อมูลบนแผ่นทั้งสองด้านได้


 แผ่นบันทึก

การเก็บข้อมูลจะทำโดยบันทึกลงไปที่ผิวของแผ่น ปกติใช้ได้ทั้งสองด้าน หัวอ่านของเครื่องขับจึงมีสองหัวแผ่นจะหมุนด้วยความเร็วคงที่ หัวอ่านวิ่งเข้าออกเพื่ออ่านข้อมูลในตำแหน่งที่ต้องการ ผิวที่ใช้เก็บข้อมูลแบ่งเป็นวงเรียกว่า แทร็ก (track) แต่และแทร็กจะแบ่งเป็นช่องเก็บข้อมูลเรียกว่าเซกเตอร์ (sector) การที่หัวสำหรับอ่านและเขียนข้อมูลเลื่อนเข้าออกจากศูนย์กลางของแผ่นตามแนวเส้นตรง ทำให้การเข้าถึงข้อมูลได้โดยตรง รวดเร็วกว่าแถบบันทึกข้อมูลมีขนาดใหญ่ พกพาไม่สะดวก มีความจุน้อยและการอ่านเขียนยังทำได้ช้า แผ่นบันทึกจึงค่อยๆลดความนิยมลงไป แต่ก็ยังคงพบเห็นเครื่องขับแผ่นบันทึกได้บ้าง


 โครงสร้างการจัดเก็บข้อมูลบนแผ่นบันทึก

3.7.2 ฮาร์ดดิสก์

ฮาร์ดดิสก์ (hard disk) เป็นอุปกรณ์บันทึกข้อมูลที่ประกอบด้วยแผ่นบันทึกแบบแข็งเคลือบด้วยสารแม่เหล็กที่ผิวทั้งสองด้านจำนวนหลายแผ่นเรียงซ้อนกัน มีหัวอ่านหนึ่งหัวต่อหนึ่งด้านของแผ่นบันทึกข้อมูล ซึ่งยิดติดอยู่บนแขนที่เลื่อนเข้าออกได้ตั้งแต่ด้านนอกจนถึงด้านในสุดของแผ่นอุปกรณ์ทั้งหมดนี้จะถูกบรรจุอยู่ในกล่องที่ปิดสนิทเพื่อป้องกันฝุ่นและการกระทบกระเทือน


 ฮาร์ดดิสก์

การบันทึกข้อมูลจะอยู่ในลักษณะเป็นวงแหวน เรียกแต่ละวงของทุกแผ่นว่าไซลินเดอร์ (cylinder) และแต่ละไซลินเดอร์จะแบ่งเป็นเซกเตอร์


 โครงสร้างการจัดเก็บข้อมูลของฮาร์ดดิสก์

ฮาร์ดดิกส์เป็นอุปกรณ์ที่มีความจุสูง เช่น ฮาร์ดดิสก์ความจุ 160 กิกะไบต์ หรือ 1 เทระไบต์ ฮาร์ดดิสก์ในปัจจุบันมีขนาดเล็กลงอย่างมากตัวอย่างเช่น ฮาร์ดดิสก์รุ่นที่ออกแบบให้ใช้กับคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊กมีขนาดเพียง 1.8 หรือ 2.5 นิ้ว อีกทั้งยังมีความจุสูงมากเกือบเทียบเท่าฮาร์ดดิสก์ที่มีขนาด 3.5 นิ้ว สำหรับคอมพิวเตอร์พีซีแบบตั้งโต๊ะ โดยมีความจุสูงมากกว่า 500 กิกะไบต์ ดังนั้นจึงนิยมนำฮาร์ดดิสก์ขนาดเล็กดังกล่าวมาใช้เป็นอุปกรณ์สำรองข้อมูลแบบพกพา


 ฮาร์ดดิสก์แบบพกพา

การดูแลรักษาฮาร์ดดิสก์แบบพกพา

เนื่องจากฮาร์ดดิสก์แบบพกพาเป็นอุปกรณ์ที่ละเอียดอ่อนและบอบบาง เมื่อนำมาใช้เป็นฮาร์ดดิสก์แบบพกพา จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะเสียหายได้ง่าย การใช้งานจึงควรระมัดระวังไม่ให้ฮาร์ดดิสก์ตกกระแทกกับพื้น ควรวางในพื้นที่ที่มั่นคงแข็งแรง และสำคัญที่สุดคือควรสำรองข้อมูลสำคัญไว้เสมอเพราะนอกจากฮาร์ดดิสก์แบบพกพานี้จะเสียหายได้ง่ายแล้ว ลักษณะการใช้งานที่แลกเปลี่ยนกันใช้บ่อยครั้งหรือมีการพกพาไปที่ต่างๆก็อาจเป็นสาเหตุให้ฮาร์ดดิสก์แบบนี้สูญหายได้ง่ายเช่นกัน

3.7.3 แผ่นซีดี

แผ่นซีดี (Compact Disc :CD) เป็นแผ่นพลาสติกที่เคลือบด้วยสารสะท้อนแสงมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5 นิ้ว การอ่านและเขียนข้อมูลจะใช้ลำแสงเลเซอร์ส่องและสะท้อนกลับ ข้อเด่นของแผ่นซีดีคือ ราคาถูก จุข้อมูลได้มาก คงทน และมีอายุการใช้งานได้ยาวนาน สามารถเก็บข้อมูลหรือโปรแกรมได้มากถึง 750 เมกะไบต์ต่อแผ่น


 แผ่นซีดี

แผ่นซีดีมีหลายประเภทโดยแบ่งตามชนิดการเขียนและอ่าน ดังนี้

1. ซีดีรอม (compact Disc-Read only Memory:CD-Rom)

สามารถบันทึกข้อมูลได้ครั้งเดียวโดยถูกบันทึกมาจากโรงงาน


 ซีดีรอม

2. ซีดีอาร์ (compact Disc-Recordable:CD-R)

สามารถบันทึกโดยใช้เครื่องขับแผ่นซีดีอาร์ หรือดีอาร์ไดร์ฟ (CD-R drive) ที่สามารถใช้บันทึกข้อมูลได้ ข้อมูลที่บันทึกไปแล้วไม่สามารถลบหรือบันทึกทับได้ แต่หากมีเนื้อที่เหลืออยู่ก็สามารถบันทึกข้อมูลอื่นลงในเนื้อที่ว่างได้


 ซีดีอาร์

3. ซีดีอาร์ดับเบิลยู (Compact Disc-Rewriteble:CD-RW)

สามารถลบและบันทึกซ้ำได้หลายครั้ง


 ซีดีอาร์ดับเบิลยู

3.7.4 แผ่นดีวีดี

แผ่นดีวีดี (Digital Versatile Disc:DVD) ได้ถูกพัฒนาต่อเนื่องมาจากแผ่นซีดี ทำให้มีความจุของข้อมูลสูงกว่าแผ่นซีดีมาก สำหรับแผ่นดีวีดีที่ผลิตมาจากโรงงาน จะสามารถอ่านได้เพียงอย่างเดียว เรียกว่าดีวีดีรอม (DVD-ROM) มีความจุสูงถึง 4.7 กิกะไบต์และ 8.5 กิกะไบต์ โดยดีวีดีขนาด 4.7 กิกะไบต์มีการบันทึกข้อมูลแบบหนึ่งชั้น และขนาด 8.5 กิกะไบต์มีการบันทึกข้อมูลแบบสองชั้นในแผ่นเดียวกันซึ่งในท้องตลาดเรียกว่าดีวีดีที่มีการบันทึกแบบหนึ่งชั้น ดีวีดี 5 และแบบสองชั้นเรียกว่าดีวีดี 9

และเช่นเดียวกับแผ่นซีดี แผ่นดีวีดีก็ได้มีการพัฒนาให้ผู้ใช้งานสามารถเขียนหรือบันทึกข้อมูลลงบนแผ่นดีวีดีได้ด้วยตนเอง โดยแผ่นดีวีดีที่บันทึกได้เพียงครั้งเดียว จะเรียกว่า ดีวีดีอาร์(DVD-recordable:DVD-R) และแผ่นดีวีดีที่ลบและบันทึกซ้ำได้หลายครั้ง จะเรียกว่าดีวีดีอาร์ดับเบิลยู(DVD-rewritable:DVD-RW) ซึ่งแผ่นดีวีดีที่บันทึกได้เหล่านี้มีด้วยกันสองมาตรฐาน คือบวกและลบ(+ และ -) โดยมีชื่อย่อเรียกว่า DVD-R,DVD-RW,DVD+R และ DVD+RW ในปัจจุบันเครื่องบันทึกแผ่นดีวีดีที่สามารถรองรับการบันทึกและอ่านแผ่นดีวีดีได้ทั้งสองมาตรฐานมีใช้กันแพร่หลายแล้ว ผู้ใช้จึงไม่ต้องกังวลกับมาตรฐานที่แตกต่างกันของแผ่นดีวีดี แต่ถ้าต้องการนำแผ่นดีวีดีไปใช้งานกับเครื่องอ่านรุ่นเก่า ผู้ใช้งานยังคงต้องตรวจสอบว่าเครื่องอ่านของตนเองรองรับมาตรฐานของแผ่นแบบใดบ้าง


 แผ่นดีวีดี

นอกจากแผ่นซีดีและดีวีดีที่เป็นที่นิยมใช้กันในปัจจุบันแล้ว ได้มีการพัฒนามาตรฐานใหม่ของแผ่นบันทึกข้อมูลแบบพลาสติกขึ้นมาอีก ที่เรียกว่า แผ่นบลูเรย์ (Blu-ray Disc-Rom:BD-ROM) สามารถบันทึกข้อมูลทั้งสองชั้นรวมกันแล้วได้สูงถึงแผ่นละ 50 กิกะไบต์ ซึ่งแผ่นบลูเรย์ในแบบบีดีอาร์ดี (Blu-ray Disc Rewritable Disc Rewritable :BD-RE) ก็ได้ถูกพัฒนามาให้สามารถลบและบันทึกซ้ำได้


 แผ่นบลูเรย์

การดูแลรักษาแผ่นซีดีหรือดีวีดี

พื้นผิวของแผ่นซีดีหรือดีวีดีต้องสะอาดและปราศจากรอยขีดข่วนเพื่อให้สามารถอ่านหรือบันทึกได้อย่างไม่มีข้อผิดพลาด การหยิบจับแผ่นควรใช้นิ้วโป้งสอดเข้าไปที่รูตรงกลางแผ่น แล้วใช้นิ้วชี้จับที่สันขอบแผ่น ไม่ควรหยิบด้วยการจับลงไปที่พื้นผิวของแผ่น เพราะคราบเหงื่อจากนิ้วมือจะติดลงบนแผ่น ถ้าต้องทำความสะอาดแผ่นซีดีหรือดีวีดีให้ใช้ผ้านุ่มที่จะไม่ทำให้เกิดรอยชุบน้ำหรือแอลกอฮอล์หมาดๆเช็ดเป็นเส้นตรงจากจุดศูนย์กลางออกมาที่ขอบแผ่น ไม่ควรถูซ้ำไปมา

3.7.5 หน่วยความจำแบบแฟลช

หน่วยความจำแบบแฟลช (Flash memory) เป็นอุปกรณ์บันทึกข้อมูลที่ทำงานในระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ไม่ต้องใช้แผ่นบันทึก เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากขนาดเล็ก ความจุสูง และราคาถูก ซึ่งอาจอยู่ในรูปของแผ่นหน่วยความจำแบบแฟลช (flash memory card) หรืออุปกรณ์บันทึกข้อมูลแบบแฟลชที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ผ่านยูเอสบี(USB flash drive) การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับลักษณะการนำไปใช้งาน

หน่วยความจำแบบแฟลช

ถูกออกแบบให้เป็นอุปกรณ์บันทึกข้อมูลสำหรับอุปกรณ์เฉพาะอย่าง เช่น กล้องดิจิทัล โทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือพีดีเอ ซึ่งแต่ละรุ่นจะกำหนดว่าต้องใช้งานกับแผ่นหน่วยความจำแบบแฟลชชนิดใดได้บ้าง แผ่นหน่วยความจำแบบแฟลชนี้มีความจุแตกต่างกันตั้งแต่ความจุไม่มาก เช่น 64 เมกะไบต์ ไปจนถึงความจุสูงมาก เช่น 4,8 หรือ 16 กิกะไบต์ และกำลังมีความพยายามพัฒนาให้มีความจุได้สูงเกิน 1 เทระไบต์ การใช้แผ่นหน่วยความจำแบบแฟลชกับคอมพิวเตอร์สามารถทำได้สองรูปแบบคือ เชื่อมต่ออุปกรณ์ที่ใช้แผ่นหน่วยความจำแบบแฟลชกับเครื่องอ่านเชื่อมต่ออยู่กับคอมพิวเตอร์โดยตรง แผ่นหน่วยความจำแบบแฟลช เช่น CompactFlash หรือ CF,Secure Digital หรือ SD,microSD,miniSD,XD Picture Card,และ Memory Stick


หน่วยความจำแบบแฟลชชนิดต่างๆ

อุปกรณ์บันทึกข้อมูลแบบแฟลชที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ผ่านยูเอสบี

หรือที่เรียกว่า แฮนดีไดรฟ์ (handy drive) หรือมีชื่อเรียก เช่น แฟลชไดร์ฟ (flash drive) ทรัมไดร์ฟ (thrum drive) เมมโมรีสติก (memory stick) ซึ่งเป็นหน่วยความจำแบบแฟลชที่ออกแบบให้สามารถเสียบต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านพอร์ตยูเอสบีได้โดยตรง มีขนาดเล็ก พกพาสะดวก มีความจุสูงกว่า 64 กิกะไบท์ และความจุยังมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ อุปกรณ์บันทึกข้อมูลแบบแฟลชนี้ทำให้การใช้งานแผ่นบันทึกข้อมูลลดความนิยมลงอย่างรวดเร็วอีกด้วย


อุปกรณ์บันทึกข้อมูลแบบแฟลช

Facebook Comments

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*